หลังจากการออกงานในวันที่ 28 กรกฎาคมวัน เฉลิมพระชนพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทำให้มีดราม่าที่ค่อนข้างเดือดกัน เลยทีเดียวเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าจอมการ
แต่งตั้งการสถาปนารวมทั้งประเด็นในเรื่อง ของปั้นเหน่งทำให้หลายๆคนมองว่าการกระทำ แบบนี้ถือว่าเป็นการหมิ่นพระเกียรติยศของ พระราชินีที่ได้แต่งกายในชุดสีทองอาราม
แถมด้วยเครื่องเพชรต่างๆมีคนตั้งคำถามว่า เป็นของจริงหรือไม่อาจจะเป็นการเลียนแบบ หรือเปล่าของสำคัญแบบนี้ทำไมในหลวงถึงได้ อนุญาตให้มีการใส่ออกมาซึ่งก็ยังเป็น
ดราม่าที่ค่อนข้างดุเดือดในบรรดาแฟนคลับ แต่ละดอมที่เขาได้ออกมาถกเถียงกันจน กระทั่งมีแฟนคลับของใครบางคนมาบอกว่าเรา ปั่นกระแสอันนี้เราก็งงมากเพราะว่าเราได้
บอกไปแล้วว่าเราไปเสาะแสวงหามาว่าเขามี การพูดคุยอะไรกันโดยเฉพาะในกลุ่มที่เขา เป็นแฟนคลับของแต่ละคนหลังจากนั้นเราก็จะ สรุปแล้วก็จะนำมาเล่าข่าวให้กับเพื่อนๆ
ได้ฟังส่วนในเรื่องของการจุดประกายนั้น แน่นอนไม่ใช่เราอย่างแน่นอนเพราะว่าเรา ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้วก็ไม่ได้ เชียร์ใครใดๆทั้งสิ้นยังมีคนไม่เข้าใจมา
ตอบว่าหากว่าเรานั้นพยายามที่จะปั่นกระแส ก็ต้องถามก่อนว่าจะปั่นไปเพื่ออะไรคะ เพราะเราก็ไม่ได้เชียร์สาแม่ครัวไม่ได้ เชียร์ทางอรนงนแต่อย่างใดอย่างไรก็ดีอยาก
ให้เพื่อนๆมาร่วมกันแสดงความคิดเห็นใน ประเด็นของปั้นเหน่งว่าสรุปแล้วมันเป็น ของแท้หรือว่ามันเป็นของเทียมบรรยากาศการ เมืองฝ่ายในวันนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่
ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดโดยมีศูนย์กลาง ความสนใจอยู่ที่อรนง์ปิยนาถวชิรพัฒ์ซึ่ง ในระยะหลังที่ผ่านมาได้รับการจับตามองใน
ฐานะคนโกรธคนใหม่ด้วยบทบาททางการที่โดด เด่นและสไตล์ในการแต่งกายในงานพระราชพิธี ใหญ่ที่วิจิตตระการตาจนเกิดกระแสวิพากษ์
วิจารณ์และข้อสงสัยในสังคมว่าเป็นการแสดง ออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อท้าทายอำนาจของพระ ราชินีสุธิดาหรือนี่จะเป็นการส่งสัญญาณ ล่วงหน้าถึงการเตรียมเลื่อนบรรดาศักดิ์
ให้สูงขึ้นกันแน่ซึ่งตรงกับที่เราได้ออก คลิปไปเมื่อวานนี้เหตุในการแต่งดำชนวน เหตุสำคัญของกระแสวิจารณ์เริ่มมาจากการ ปรากฏกายของอนนง์พร้อมด้วยป้าเหน่งหรือ
หัวเข็มขัดโบราณประดับเพชรพลอยชั้นสูงคู่ กับชุดไทยสีทองอารามซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อัญญมณีล้ำค่าระดับนี้มักจะจำกัดอยู่
เฉพาะเจ้านายชั้นสูงเท่านั้นการแต่งกาย ที่ดูหรูหรามีความโดดเด่นเกินค่า ราชบริพารรายอื่นจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เจ้าฟ้าหญิงสิริวรรณวรีซึ่งเป็นเจ้าแม่
ทางด้านแฟชั่นประเด็นดังกล่าวได้ถูกนำไป สู่การตีความที่แตกออกเป็น 2 ฝ่ายโดยฝั่ง สนับสนุนและผู้เชี่ยวชาญราชสำนักได้ อธิบายว่าการแต่งกายได้ถูกกำหนดโดย
ระเบียบสำนักราชวังอย่างเคร่งครัดไม่ใช่ เป็นความต้องการส่วนบุคคลโดยเฉพาะเมื่อ ต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของผู้แทนพระ องค์บ่อยครั้งการแต่งกายระดับพิธีการจึง
เป็นไปเพื่อรักษาพระเกียรติยศขององค์ ประธานในขณะที่ฝั่งชาวเน็ตและผู้สังเกต การเมืองรวมทั้งพวกขาได้มองว่า เครื่องประดับและเสื้อผ้าที่วิจิตรคือ
ดัชนีชี้วัดอำนาจและระดับความโปรดปรานภาย ในยิ่งอัญญมณีมีมูลค่าสูงยิ่งสะท้อนถึง อิทธิพลและฐานะที่มั่นคงในฝ่ายในนอกจาก
นี้ยังมีกระแสเรียกร้องให้ปรับสไตล์มาใช้ ผ้าสิ้นทอมือพื้นเมืองที่เข้าถือได้ง่าย เช่นเดียวกันกับแนวทางในอดีตเพื่อลดความ รู้สึกห่างเหินกับประชาชนในสภาวะเศรษฐกิจ
ที่รัดเข็มขัดความตึงเครียดพุ่งขึ้นสู่ จุดสูงสุดในวันเฉลิมพระชนพรรษาจากข่าวลือ ที่แพร่สะพัดในกลุ่มของผู้สนับสนุนอรนม
ว่าอาจจะมีการประกาศสถาปนาตำแหน่งสำคัญ เช่นเจ้าคุณพระหรือบรรดาศักดิ์ฝ่ายใน ระดับสูงข่าวรือยิ่งได้รับความน่าเชื่อ ถือจากความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการปฏิบัติ
งานจริงเช่นการปรับระเบียบไม่เปิดให้ ประชาชนทั่วไปเข้าไปในพื้นที่วัดพระแก้ว เหมือนในปีที่ผ่านมารวมถึงการเปลี่ยนบท บาทของอรนงค์จากชุดเครื่องแบบนายทหารเต็ม
ยศมาเป็นชุดไทยพระราชนิยมสีทองอ่อนหวาน อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาในวันสำคัญผ่านพ้น ไปปรากฏว่าไม่มีการประกาศแต่งตั้งหรือการ
ปรับเปลี่ยนยศตำแหน่งใดๆตามกระแสข่าวรือ ยิ่งไปกว่านั้นสื่อหลักและสถานีโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจยังใช้วิธีในการหลีกเลี่ยง
การจับภาพหน้าตรงหรือมุมเด่นของอนงโดย เฉพาะการถ่ายภาพบรรยากาศในมุมกว้างแทนแม้ ผู้ติดตามจะสังเกตเห็นว่าเธอสวนชุดไทยสี
ทองจริงแต่การควบคุมภาพลักษณ์ทางสื่อ ครั้งนี้ถูกวิเคราะห์ได้ว่าเป็นสัญญาณ เจตนาจากฝ่ายจัดการเพื่อสยบกระแสความโดด เด่นและลดทอนความร้อนแรงของการเมืองฝ่าย
ในลงบทสรุปของวันเฉลิมพระชนพรรษาในปีนี้ จึงเป็นเพียงแค่การอย่างเชิงและศักขาหลอก ทางข่าวลือโดยโครงสร้างอำนาจฝ่ายในยังคง
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาทางวัตถุและ กระแสข่าวรือที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงแค่ ควันไฟในการทดสอบถึงกระแสสังคมท่ามกลาง
การตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน ในโลกออนไลน์ต่อภาระทางสังคมและเศรษฐกิจ ภายใต้ระบอบปัจจุบันส่วนทางด้านความคิด
เห็นของอาจารย์ประวินแสดงเอาไว้ว่ารูปที่ ถ่ายในวันเกิดของกษัตริชิราลงกรณ์จากรูป ดังกล่าวเราจะทราบทราบได้ว่าน้องก้อยนั้น ยังคงอยู่ในอันดับ 2 เป็นรองจากพระราชินี
สุธิดาถึงแม้ว่าในระยะหลังของอรออนงนั้น จะได้ออกงานออกการมากกว่าคนอื่นที่น่าสน ใจก็คือน้องก้อยยังคงต้องใส่ชุดดำในขณะ
ที่พระราชินีสุธิดาสามารถใส่สีเหลืองได้ ตามปกติยังไงก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว วันเกิดของในหลวงรัชกาลที่ 10 ผ่านมาแล้ว ก็ผ่านไปต่างจากในสมัยวันเกิดของในหลวง
รัชกาลที่ 9 มากปรากฏการณ์ในครั้งนี้เป็น เครื่องชี้วัดความศรัทธาของประชาชนต่อ สถาบันในปัจจุบันในงานพระราชพิธีน้องก้อย
ถูกบังคับให้ใส่ชุดดำส่วนอนนง์สามารถใส่ ชุดสีเหลืองทองอาร่ามทำให้คิดถึงมารญา ริษยาดีนี่ออกมาสังหารเพียงดาวชัดๆ
อาจารย์ประวินได้แสดงความคิดเห็นเอาไว้ ว่าตอนนี้ทุกคนในวังก็ทราบดีกันหมดแล้ว แหละว่าพระราชินีนั้นเป็นเดกในการออกงาน ออกการแทนกษัตริวชิราลงกรณ์แต่คนที่อยู่
ด้วยในเวลากลางคืนก็ตามที่ทุกคนได้เห็น ภาพที่ปล่อยออกมานั่นก็คือพระตำหนักส่วน ตัวเห็นชัดมากในการแต่งเนื้อแต่งตัวของ อรณนงค์ส่วนน้องก้อยนั้นถูกสั่งให้ไปเป็น
นันนี่ดูแลเจ้าฟ้าชายทีปังกรที่เยอรมนีก็ เท่านั้นเป็น
